ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา
พ่อขุนเม็งราย(กษัตริย์ผู้สร้างนครเชียงใหม่) ได้ตั้งชื่อนครนี้ว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" เพราะที่นี่เป็นชัยภูมิที่มีความอุดมสมบรูณ์เหมาะอย่างยิ่งที่จะสร้างเมือง โดยให้ขุดคูและสร้างกำแพงเมืองเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูตามทิศต่าง ๆ 5 ประตู พร้อมทั้งโปรดให้สร้างปราสาท ราชมณเฑียรและบ้านเรือนขึ้น
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 1839 ในสมัยโบราณกาล บริเวณประตูท่าแพ จะเป็นสถานที่ที่ประชาชนและชาวต่างถิ่นมาทำการค้าขาย มีผู้คนพลุกพล่าน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะอยู่ใกล้แม่น้ำปิงที่เป็นสายน้ำที่สำคัญของการขนส่งและทำการค้า อีกทั้งแม่น้ำสายนี้ยังคงคุณค่าเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่
โรงแรมมนตรี ตั้งอยู่บริเวณประตูเมืองชั้นใน หน้าโรงแรมคือประตูท่าแพ เป็นโรงแรมเดียวที่คุณจะได้สัมผัสถึงความสวยงามของประตูท่าแพ และ พบกับกิจกรรมตามประเพณีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น งานทำบุญวันขึ้นปีใหม่ งานสงกรานต์ งานประเพณีลอยกระทง ฯลฯ นับเป็นเวลากว่า 25 ปี ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้เลือกพำนักกับโรงแรมมนตรีเพื่อที่จะมาแวะเยี่ยมชม ถ่ายภาพความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ และสัมผัสกับวิถีชีวิตประเพณี ของประชาชนชาวเชียงใหม่ ผู้ซึ่งมีจิตใจโอบอ้อมอารีย์ และ มิตรไมตรีที่มอบให้กับทุกท่านที่มาเยี่ยมเยือน
ประตูท่าแพ
ประตูท่าแพนี้เดิมเรียกว่า ประตูเชียงเรือก เพราะอยู่ใกล้หมู่บ้านเชียงเรือกสร้างในรัชสมัยพญามังราย เมื่อแรก ตั้งเมืองเชียงใหม่ พ. ศ. ๑๘๓๙ ในอดีตชื่อประตูท่าแพนั้นเป็นชื่อของประตูเมือง ชั้นนอกประตูหนึ่งซึ่งอยู่ในแนวกำแพงวัดแสนฝางสมัยพระเจ้าพระเจ้าอินทวิชยานนท์ (พ.ศ . ๒๔๑๖- พ.ศ. ๒๔๓๙) เรียกประตูท่าแพว่าประตูชั้นนอก และประตูเชียงเรือกว่า “ประตูท่าแพชั้นใน”
ภายหลังรื้อประตูชั้นนอกออกเหลือประตูท่าแพชั้นในจึงเรียกกันว่าสั้นๆทุกวันนี้ว่า “ประตูท่าแพ” ประตูท่าแพปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่และกรมศิลปากร สร้างขึ้นใหม่เมื่อ ๒๕๒๘-๒๕๒๙ โดยอาศัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ประกอบกับภาพประตูเมืองเชียงใหม่ชั้นหนึ่งถ่ายเมือปี ๒๔๔๒ การศึกษาทางด้านโบรานคดีของรูปแบบกำแพงเมืองและปนตูเมืองแห่งนี่ ได้รับความร่วมมือทางด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ และกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านโบรานคดี










